รอยสักสุดหรูจาก ชาเนล

posted on 06 Feb 2010 09:58 by idaymoney
Pic_63260

ไม่ว่าหยิบจับอะไรก็ดูเหมือน จะฮิตฮอตขายดิบขายดีไปซะหมด สำหรับแบรนด์เนมระดับโลก
สัญชาติฝรั่งเศส CHANEL

ล่า สุด "ปีเตอร์ ฟิลิปส์" ผู้อำนวย การฝ่ายสร้างสรรค์ระดับสากลของ เครื่องสำอางชาเนล ได้ออกแบบชุดภาพพิมพ์ลายแบบเดียวกับรอยสักแทตทู เพื่อตกแต่งส่วนต่างๆบนเรือนร่าง ให้ผู้หญิงดูงดงามน่าค้นหา มีให้เลือกทั้งลวด ลายทันสมัย และลายคลาสสิก ที่ทำให้นึกถึงสัญลักษณ์ ต่างๆ ของชาเนล เช่น สายโซ่ที่เกี่ยวกระหวัดกับเส้นหนังนำมาพันรัดรอบข้อมือ หรือทำเป็นสายถุงน่องหรูหรา บนเรียวขาของเจ้าสาว ยังมีลวดลายนกสองตัวคาบสร้อยคอไว้ในปาก และวางทาบบนลำคออย่างบรรจง ทำให้นึกถึงฉากพับโคโรแมนเดล ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของมาดมัวแซล นอกจากนี้ ยังได้ สร้างสรรค์ลวดลายช่อดอกไม้ป่าตกแต่งด้านหลังเรียวขา และสร้อยไข่มุกประดับผิวดูงดงามหรูหราเกินบรรยาย.

ที่มา : ไทยรัฐ

Pic_63257

MAQUILLAGE

เท รนด์ความงามและสีสันของเมกอัพ ในฤดูร้อน ปี 2010 ได้แรงบันดาลใจจากความงามที่หลากหลาย ทำให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ คาดเดายาก ทั้งสวย และโดดเด่นไม่ซ้ำกัน...

หมดยุคสมัยแล้ว สำหรับความสวยแบบแพทเทิร์นตายตัว   เพราะเทรนด์ความงามและสีสันของเมกอัพ ในฤดูร้อน ปี 2010 ได้แรงบันดาลใจจากความงามที่หลากหลาย ทำให้ดูน่าตื่นตาตื่นใจ คาดเดายาก และเปี่ยมด้วย เอกลักษณ์เฉพาะตัว  คลี่คลายออกมาได้หลายลุคหลากอารมณ์   ล้วนแต่ยาก จะให้คำจำกัดความ เฉพาะเจาะจง เพราะทั้งสวย และโดดเด่นไม่ซ้ำกันเลย



M.A.C เป็นตัวของตัวเอง มีเอกลักษณ์ไม่แคร์ใคร


คำ จำกัดความของความงามในแบบ M.A.C สำหรับฤดูร้อนนี้ คือการเฉลิมฉลองความงามในแบบของใครของมัน เป็นความหลากหลายของสีสันที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดออกมาเป็นเมกอัพเทรนด์ หลากหลายสไตล์ ทั้งลุค Underground Society ดูโฉบเฉี่ยวเป็นตัวของตัวเองถึงขีดสุด ส่วนลุค American Nomad สาวนักเล่นเซิร์ฟผิวสีแทนริมชายหาด ผสมกับสาวฮิปปี้จากฝั่งตะวันตก ดูเฮลท์ตี้ สุขภาพดี เช่นเดียวกับลุค Pale' N' Dandy เผยให้เห็นความเป็นธรรมชาติ ดูเรียบง่ายไม่ซับซ้อน เพิ่มความโดดเด่นด้วยเท็กซ์เจอร์แวววาวสะดุดตา สำหรับลุค Dye-A-Tribe ใช้พาเลทสีหวาน หลากหลายเฉด ผสมผสานให้กลมกลืนอย่างแนบเนียน ดูชุ่มฉ่ำ สนุกสนาน และคึกคัก ผ่านเทคนิคการเกลี่ยแบบเบามือที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบแอร์บรัช ดูซอฟต์นุ่มนวลชวนฝัน.



DIOR เสน่ห์เย้ายวนใจแบบสุภาพสตรีชั้นสูง


เม กอัพลุคใหม่ล่าสุดของเครื่องสำอางดิออร์ ดูหรูหราเซ็กซี่และเย้ายวนใจเป็นที่สุด เพราะได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของสุภาพสตรีชั้นสูงแห่งทศวรรษ 1920 ซึ่งเป็นยุคทองของลูกไม้ ตัวแทนความเลิศหรูกูตูร์ตามแบบฉบับของ "คริสเตียน ดิออร์" ถ่ายทอดเป็นคอลเลกชั่นลิมิเต็ด เอดิชั่น "DENTELLE" อวดลวดลายลูกไม้สุดประณีตและบางเบาบนเมกอัพชิ้นพิเศษ ไม่ต่างจากการเดินลวดลายบนชิ้นงานเสื้อผ้าชั้นสูงของดิออร์ ดาวเด่นประจำคอลเลกชั่นคือ แป้งตลับลายลูกไม้ "ปูดริเยร์ ดองแต็ล" เนื้อแป้งเนียนละไม เผยให้เห็นผิวกระจ่างใส เพิ่มอารมณ์เย้ายวนแบบผู้หญิงๆด้วยการตกแต่งลวดลายลูกไม้บนเนื้อแป้ง และตลับแป้ง ขณะที่อายแชโดว์สุดหรู ถูกดีไซน์ในเฉดสีพาสเทลอ่อนหวานโทนซ้อนโทน ยิ่งดูหรูหราน่าครอบครอง เมื่อตกแต่งด้วยลวดลายลูกไม้หวาน มีให้เลือกทั้งเฉดสีเบจกับชมพูอ่อน และสีเบจกับพีชอมส้ม.

SHU UEMURA
สาวแกร่งเจิดจ้าด้วยประกายชิมเมอร์


สาว มาดแกร่งผู้เด็ดเดี่ยว ฉลาด และสง่างามคือ คีย์ลุคสำคัญของเมกอัพคอลเลกชั่นล่าสุด "egerie" สร้าง สรรค์โดย "คะคุยะสุ อูชิอิเดะ" ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปะการแต่งหน้าระดับสากลของชู อูเอมูระ ถ่ายทอดเป็นประกายเจิดจรัสและชิมเมอร์ระยิบระยับแห่งอนาคต สะท้อนถึงความเซ็กซี่ และหรูหรา ในเวลาเดียวกัน นำเสนอออกมาเป็นภาพลักษณ์แบบแกลม ร็อก ด้วยผิวเนียนวาวแมตช์กับดวงตาคมเข้ม และลุคฟิวเจอร์ ป๊อป สื่อภาพลักษณ์แบบเทคโน-เฟรช สะท้อนแสงสีแพรวพราวบนดวงตายามต้องแสงสปอตไลต์ ดูขบถ แต่โก้หรูแบบยุค เอธตี้ส์.



MAQUILLAGE เมื่อฉันเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยน


ภาย ใต้คอนเซปต์เปลี่ยนคุณ ให้เป็นคนใหม่เพื่อโลกสดใสยิ่งกว่าเดิม "มากียาจ" สร้างสรรค์ เมกอัพ คอลเลกชั่นล่าสุด "A New Me, A New World" โดยใช้ ทฤษฎีการแต่งหน้า The M Rules รังสรรค์ใบหน้าให้ดูสวยเด่นกว่าที่เคย ตามอุดมคติความงามของผู้หญิงยุคใหม่ ซึ่งต่างใฝ่ฝันอยากมีดวงตากลมโต, ริมฝีปากอวบอิ่ม เย้ายวน และรูปหน้าคมเข้ม สำหรับ หลักการสำคัญของการแต่งหน้าสไตล์มากียาจ อยู่ที่การสร้างความสมดุลแบบสามมิติ หาจุดลงตัวระหว่างเฉดสีกับแสงเงา เพื่อปรับโครงสร้างใบหน้าให้ดูมีมิติ กลบจุดด้อย และเสริมจุดเด่น ให้ได้ลุคสวยเปลี่ยนเป็นคนใหม่ มีให้เลือก 5 เทรนด์ 5 สไตล์ ทั้งแบบ "สวีต เชลล์ ลุค" ดูโฉบเฉี่ยวนำสมัย, "มิสเทเรียส คอรัล ลุค" งามสง่าชวนมองแบบเลดี้, "เฟรช เมอร์เมด ลุค" ดูมีชีวิตชีวาด้วยดวงตาแวววาวราวกับเกลียวคลื่น, "เอเลแกนต์ สแปลช ลุค" สวยหรูสะกดทุกสายตา และ "คูล โอเชียน ลุค" อวดความสวยเนิ่นนานแบบสบายตาสบายใจ.



NARS นุ่มนวลเซ็กซี่หรูหราแบบดาวค้างฟ้า


ได้ แรงบันดาลใจจากบทบาทลูซิล ในภาพยนตร์เรื่อง La Chamade ของ "แคทเธอรีน เดอเนิฟ" ซุปเปอร์สตาร์ดาวค้างฟ้าชาวฝรั่งเศส นำมาถ่ายทอดเป็นเมกอัพคอลเลกชั่นใหม่สำหรับซีซั่น สปริง/ซัมเมอร์ 2010 โดยครีเอทีฟ ไดเรคเตอร์ "ฟรังซัวส์ นาร์ส" หลงใหลการแต่งหน้าของนางเอกในเรื่องนี้มาก เพราะสามารถสื่อถึงความเป็นคนชั้นกลางที่มีความรอบรู้ในแบบฉบับสาวปารีเซียง ถ่ายทอดเป็นสีสัน สนุกสนาน ทว่านุ่มนวล หนักแน่น และเซ็กซี่ แฝงไว้ซึ่งความหรูหรา ขั้นตอนการแต่งหน้าให้ได้ลุคนี้ เริ่มจากการปรับสภาพผิวให้เนียนเรียบ แล้วจึงปรับโครงแก้ม และแต่งแต้มเปลือกตาโดยไล่โทนสีน้ำตาลทองบริเวณเปลือกตาบน ไล่ออกไปที่รอบเปลือกตา ตามด้วยโทนสีน้ำตาลชิดขอบขนตา พร้อมเพิ่มโทนสีน้ำตาลทาทับ อีกชั้นด้านข้างตามแนวของโหนกคิ้ว แล้วจึงกรีดอายไลเนอร์ แต่งแต้มคิ้ว เพื่อสร้างความโดดเด่น และปัดขนตา อย่าลืมเขียนขอบปาก และแต่งแต้มลิปสติก พร้อมลิปกลอส เพิ่มความอวบอิ่มน่าจุมพิต.



BOBBI BROWN
โทนสีส้มจัดฮอตตลอดซัมเมอร์


เจ้า แห่งเทคนิคการแต่งหน้าให้สวยเนียนเป็นธรรมชาติแบบมืออาชีพ "บ๊อบบี้ บราวน์" ชวนสาวๆมาแต่งแต้มใบหน้าด้วยโทนสีส้มจัด "Cabana Corals" ที่จะมาแรงตลอดซัมเมอร์ นี้ ด้วยเคล็ดลับง่ายๆในการใช้โทนสีส้มให้สวย ไม่ดูเหมือนแต่งหน้าเยอะเกินงาม โดยเมกอัพ อาร์ทิสต์คนดังแนะนำว่า ควรแต่งแต้มเปลือกตาเปลือยเปล่าเพียงบางเบาด้วยลองแวร์ ครีม แชโดว์ แล้วเขียนเส้นขอบตาเพิ่มมิติเพียงเล็กน้อย จากนั้นปัดแก้มปลั่งระเรื่อเบาๆในโทนสีส้มอ่อน แล้วไล้เรียวปากด้วยลิปคัลเลอร์สีคาโบ คอรัล เท่านี้ก็ได้ลุคสวยอินเทรนด์พร้อมรับซัมเมอร์.

 

ที่มา : ไทยรัฐ

สวัสดีปีขาล....

posted on 08 Jan 2010 11:14 by idaymoney

 

สวัสดีปีใหม่ เพื่อนๆทุกคน เป็นยังไงบ้างปีหใม่เชื่อว่าหลายคนคงเที่ยวกันสนุกสนาน แล้วยังได้รับทั้งของขวัญ และเงินโบนัสกันจนยิ้มแก้มปริไปแล้วล่ะสิ...ก็หวังว่าปีใหม่นี้จะพบเจอแต่สิ่งดีๆ และสุขสมหวังดังใจนึกกันทุกคนนะจ๊ะ

 

 

 

 

"ขนตา"เป็นองค์ประกอบสำคัญบนใบหน้า ที่มักถูกมองข้าม ทั้งๆที่ความจริงแล้วอยู่ใกล้ดวงตามากที่สุด ยิ่งเทรนด์ขนตาเด้งกำลังมาแรง ยิ่งน่าเป็นห่วงสุขภาพขนตาเข้าไปใหญ่ ขืนเอาแต่ใช้งานหนักหน่วง ทั้งปัดทั้งดัดโดยไม่เคยใส่ใจดูแล ระวังเถอะค่ะว่าวันหนึ่งขนตาอาจร่วงหมดแผง

 

 

จากการศึกษาของสถาบัน ลอรีอัลค้นพบว่า ขนตาและหนังตามีหน้าที่สำคัญในการปกป้องอันตรายที่จะเกิดกับดวงตา และแม้โครงสร้างของเส้นใยขนตาจะมีความใกล้เคียงกับเส้นผมมาก แต่อันที่จริงแล้ว ขนตามีความแข็งแรงน้อยกว่าเส้นผม เพราะมีขนาดเล็กและสั้นกว่า ขนตายังเจริญเติบโตช้ากว่าเส้นผม โดยจะเติบโตเพียง 1-3 เดือน แล้วหลุดร่วงไป และขนตาสามารถงอกขึ้นทดแทนได้ช้ากว่าเส้นผมมาก


อ่านมาถึงตรงนี้ คงอยากทราบเคล็ดลับในการดูแลขนตาให้สวยเด้งอย่างมีสุขภาพ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือ หลังจากปัดมาสคาร่ามาอย่างหนักหน่วง ก่อนนอนควรทำความสะอาดขนตาอย่างหมดจด โดยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดดวงตาชุบกับสำลีแล้วเช็ดมาสคาร่าออกให้เกลี้ยง อย่าปล่อยให้มาสคาร่าเกาะติดขนตาข้ามคืนเป็นอันขาด เพราะไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อแพงขนาดไหน ก็อาจมีส่วนผสมที่เป็นอันตรายกับ ดวงตา ถ้าอยากมีขนตาสวยเด้งตลอดไป ควรรู้จักพักขนตาบ้าง ขนตาก็เหมือนคนที่ต้องทำงานทุกวัน โดยไม่มีวันพัก วันหนึ่งอาจจะอ่อนแอและขาดชีวิตชีวา หากวันไหนไม่ได้ออกไปทำงาน ควรเปลี่ยนแนวมาแต่งหน้าใสๆ และงดการปัดขนตาไปเลย

เชื่อไหมคะว่า ขนตาก็ต้องการการบำรุงเช่นกัน ส่วนใหญ่เราจะบำรุงผม บำรุงผิวหน้า แต่ไม่เคยบำรุงขนตากันเลย ควรใส่ใจขนตาให้มากขึ้น ด้วยการทาเซรั่มบำรุงขนตา เพื่อให้ขนตาดูสวยงาม   แข็งแรง   และหลุดร่วงน้อยลง   ที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าไม่อยากให้ขนตาร่วงก่อนเวลา ควรหลีกเลี่ยงนิสัยชอบขยี้ตา หรือถูตาแรงๆ รวมถึงการติดขนตาปลอมคุณภาพต่ำ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ที่ขอบตา และกระจกตาอักเสบ อันตรายมากๆ ขอบอก!!

 

ที่มา : ไทยรัฐ

Maybe I'm bad...

posted on 12 Dec 2009 11:25 by idaymoney

 

Hi everyone,

Today i think so a question....I ark my herth ... I'm a good person yet....!?...

the Answers is "Maybe" why??? why maybe..??? yes,

sometime i looking to some person why do you makeing something wrong and wrong...I think it worong but when i tell her...Why! why you doing hare ? I don't understand!!!....

she take to me "Everything i do...i think it true...for me for my heart why i doing for you think is true but it wrong for me"

yes! she talk true.....everyone doing for something to them thinks true....On some issue...i think ,you think, she think or them think....it be different....we can not judge...What is anything wrong...?

I look back at myself....many things i do for a part..maybe i'm bad in the other eyes...and you ?

You think like me??

 

นานแล้วที่ไม่ได้ update blog ของตัวเองเลย เพราะมัวแต่ไม่ลั้นลาเรื่องอื่นๆอยู่ ทั้งงานใหม่ ที่อยู่ใหม่ ชีวิตใหม่ ทั้งที่มีโอกาสได้ใช้อินเตอรืเนตทุกวัน ก็เพียงแต่แวะเวียนมาดู blog ของคนอื่นๆ

หลายสิ่งในชีวิตเปลี่ยนไปมากอย่างเห็นได้ชัด .... มีเพียงสิ่งนึงที่ยังติดอยู่ในใจเสมอมา เมื่อวานไปงานแต่งงานเพื่อนก็ได้มีโอกาสสะกิดความรู้สึกนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

 เชื่อว่าหลายคนคงมี"บางสิ่ง" ในห้วงความทรงจำ ที่พยายามที่จะลบเลือน แต่ยิ่งพยายามมันก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวเรื่อยมา เวลาไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่กับความทรงจำบางอย่าง...เฮ่อ..."ความทรงจำของมนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่อัศจรรย์ แม้ว่าจะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอก็ตาม" นี่เป็นข้อความที่พบเจอใน google 

ฉันหวังเหลือเกินว่าวันนึงจะสามารถทำให้ความทรงจำบางอย่างนี้ลบเลือนลงไปบ้าง แม้ว่ามันจะไม่สามารถลืมเลือนไปเลยก็ตาม

 

28 สิงหาคม 2550
เวลา 22.45 น. สมวงษ์เพรสแมนชั่น

รับรู้ได้ถึงความอ่อนโยนในจิตใจของเค้าตลอดมา แต่บางครั้งก็รึสึกได้ว่ามันกลายเป็นความอ่อนแอไปเสียแล้ว การทุ่มเททั้งความรักและความรู้สึกดีให้ใครสักคนไปอย่างเต็มที่...สุดท้าย ได้กลับมาแค่ความว่างเปล่า

การสูญเสียใครสักคนไป ทำให้ใจรับใครอีกคนเข้ามาเพื่อหวังที่จะเยียวยาหัวใจ กลับเกิดข้อเปรียบเทียบในทุกๆสิ่ง ช่างไม่ยุติธรรมเลย...ย้อนคิดไปถึงเริ่มแรกของความสัมพันธ์ ทุกสิ่งทุกอย่า..ถูกเปรียบเทียบกันระหว่าคน 2 คน กับความต้องการของตัวฉันเอง จากที่ไม่เคยเข้าใจในบางสิ่งบางอย่างที่เค้าพยายามจะพูดหรืออธิบาย กลับกลายเป็นว่าที่วันนี้นี่ฉันไม่เข้าใจอะไรสักอย่างในตัวเธอเลย...ทั้งที่ตัวฉันเองพยายามชัดเจนในตัวเองมากเท่าไหร่ ความชัดเจนในตัวเค้าก็เริ่มลดลง

เค้าหลอกฉัน...มันยังไม่เท่ากับที่ฉันหลอกตัวเองว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาทำอะไรลงไปบ้าง....วันนี้สูญเสียศรัทธาในตัวเองลงไปกว่าครึ่ง...ต่อไปจะเหลืออะไรให้สูญเสียอีก...

กลับมานั่งอ่านบันทึกตัวเองของเมื่อ 2 ปีก่อน รู้สึกแปลกๆ ว่าตัวเองเขียนไปได้ยังไง ตอนนั้นความรู้สึกมันเป็นยังไงนะ รู้สึกจะลืมไปแล้วสินะ เหมือนกับที่ กูรู หรือ นักเขียน นักคิดทั้งหลายมักจะพูดกันว่า เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยน แต่สำหรับฉัน ตอนนี้ไม่รู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว (และหวังว่ามันจะไม่ต้องรู้สึกแบบนั้นอีก)....เฮ่อ เวลาเปลี่ยนไปอะไรๆก็เปลี่ยนตาม นับประสาอะไรกับใจคน บทเรียนจากอดีตเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ ว่าสิ่งที่พลาดพลั้งไปอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก

30 มิถุนายน 2551
เวลา 23.25 น. ณ.ที่เดิม

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้หยิบสมุดบันทึกเล่มนี้ขึ้นมาเขียน...360 วันแล้วสินะกับการจากไปของใครคนนึงที่ไม่มีวันจะกลับมา...ยังคงคิดถึงเธอเสมอนะ PK

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาการเสียของใครคนนึงเหมือนจะสูญเปล่า...ความรักที่แลกมาด้วยชีวิตของคนๆนึงเหมือนจะไม่ทำให้ชีวิตของใครอีกคนดีขึ้นเลย กลับทำให้ชีวิตนั้นตกอยู่ในวังวน..วนวนวน จากจุดหนึ่งที่ก้าวจากมากลับเหมือนมายืนอยู่ที่เคยยืนจุดเดิม วนเวียนซ้ำๆอยู่อย่างนี้ จนฉันไม่สามารถรู้ได้เลยว่า วันไหน เมื่อไหร่ มันจะไปถึงไหนสักที

360 วัน ไม่เคยมีวันไหนไม่คิดถึงเธอ ทุกการกระทำ ทุกคำพูดของเค้าทำให้ฉันนึกถึงแต่เธอ คิดถึงเหลือเกิน...ถ้าแลกได้คนที่ควรจะจากไปแล้วตั้ง 360 วันน่าจะเป็นฉันมากกว่า...เธอไม่มีวันรู้หรอกว่าเธอโชคดีแค่ไหน ที่ไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกสูญเสียที่ฉันเจออยู่ทุกวันนี้...ไม่ใช่เค้าไม่ดี...หากแต่เป็นที่ตัวฉันเองต่างหากที่ดีไม่พอ ดีไม่พอสำหรับเธอ...ดีไม่พอสำหรับเค้า..หรือบางทีอาจไม่ดีพอสำหรับใครเลยเธอว่างั้นมั้ย เธอว่าฉันควรจะทำยังไง อีกนานมั้ยกว่าเราจะได้เจอกันอีก แม้เพียงแค่ในฝันฉันเองก็ตั้งตารอที่เราจะได้เจอกัน

" เป็นเพราะอะไรที่ทำให้ใจฉันรักเค้าได้....ไม่เต็ม 100%"

ยิ่งอ่านก็ยิ่งสับสน งงว่าตัวเองอยู่ในโหมดไหนกันแน่เนี้ย....แต่ก็นั่นแหละ..การกระทำของเราตัดสินเรา พอๆกับที่เราตัดสินใจกระทำ.."จงยินดีกับสิ่งที่ไห้มา และจงยอมรับกับสิ่งที่สูญเสียไป"

 "คนๆเดียวเท่านั้นที่ไม่เคยทำอะไรผิด นั่นคือ คนที่ไม่เคยทำอะไรเลย ดังนั้น จงอย่าได้กลัวว่าจะทำอะไรผิด แต่จงอย่าได้ทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2"

ชีวิตคนว่างงาน....

posted on 26 Aug 2009 13:51 by idaymoney

           ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่แสนสนุก อำลาเพื่อนฝูง พี่ น้อง อันเป็นที่รัก กลับมาพักกายพักใจที่บ้านนอกอันแสนสุข.....เฮ่อ!!! จะสบายอะไรขนาดนั้นนะเรา บ้านนอก...? ร้อนมากๆๆๆๆ  เฮ่อ!! (ถอนหายใจไปสองครั้งแระ) นอนก็นอนแต่หัวค่ำ ห่างไกลแสงสีและเสียง ตึ้งๆๆตึง ตะลึงตึงๆ ตึ้งๆๆตึง ตะลึงตึงๆ...555 แล้วก็ตื่นนอนซะสายโด่ง...ตื่นมาก็มีคนทำกับข้าวให้ทาน สายๆหน่อยไม่มีอะไรทำก็เล่นเน็ต ออนเอ็มคุยกะเพื่อนๆ ชวนเค้าอู้งานไปเรื่อย แล้วก็ง่วงก็นอนกลางวันต่อ เฮ่อ!!! ชีวิตสุขสบายจิงๆ

         ไม่รู้เหมือนกันวันจะอยู่ทำตัวแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน เริ่มเบื่อๆซะแระ หวังว่างานใหม่ที่จะเริ่มทำในต้นเดือนหน้าคงไม่ทำให้เซง และผิดหวังนะ เพราะไม่งั้นที่อุตส่าห์อำลาเพื่อนฝูงที่ กทม. มาคงจะเปล่าประโยชน์ เพราะคงต้องกลับไปทำอีกเหมือนเดิม 555 

BoyoBoy....

posted on 20 Aug 2009 16:51 by idaymoney

การเป็นตัวของตัวเองบางทีมันก็ทำให้เราดูเป็นคนเห็นแก่ตัว

ทำไมเราไม่คิด และไม่เข้าใจในเหตุผลของคนอื่นบ้างนะ

ไม่ใช่ไม่เข้าใจ เพียงแต่คำพูดของเธอทำให้ฉันเข้าใจไปอีกแบบนึง

ไม่ใช่มองเธอไม่ดี เพียงแต่บางครั้งมุมมองของฉันเองอาจเป็นฉันจนเกินไป

มีคนบอกว่า "การที่คน 2 คนมาจากต่างครอบครัวกันนั้นคงปรับตัวเข้าหากันยาก"

แต่...ฉัน..พร้อมที่จะเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวเธอ และรู้จักตัวเองไปพร้อมๆกันด้วยได้หรือป่าว

ฉันอยู่กับตัวเองมานานมาก แต่บางทีฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันต้องการอะไร รู้สึกยังไง แล้วเธอล่ะ

อย่าพูดเลยว่าวันนี้เธอหยุดที่ฉันแล้ว...เพราะยังมีความเป็นตัวฉันอีกเยอะที่เธอยังต้องเรียนรู้

"เมื่อคนสองคนตัดสินใจที่จะเดินไปด้วยกันแล้ว ไม่ว่าทางจะไกลสักแค่ไหน สิ่งที่ต้องเก็บใส่เป้ไปด้วยนั่นก็คือ การให้อภัย"

 (ปล.ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเราเดินทางมาไกลแค่ไหน และ ฉันเก็บมันใส่เป้มามากเท่าไหร่)

When i'm gone By Simple plan

posted on 18 Aug 2009 15:00 by idaymoney

 

        ในชีวิตนึง...ของคนๆนึง...ก้ต้องมี เพลงที่ชอบ นักร้องที่ชอบกันบ้าง รู้จัก Simple Plan มาตั้งแต่ได้ฟังเพลง Shut Up...จากนั้นก็ติดตามหาฟังเพลงของนักร้องวงนี้มาตลอด ไม่ว่าจะเพลง  Welcome To My Life หรือ  Perfect World จนมาอัลบัมปี 2008 ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลย ชอบหมดทุกเพลง โดยเฉพาะเพลงนี้คะ ภูมิใจนำเสนอเลย...ลองฟังกันดูนะคะ

 


When Im Gone - Simple Plan

 

 "When I'm Gone"

I look around me,
But all I seem to see,
Is people going no where,
Expecting sympathy.

It's like we're going through the motions,
Of a scripted destiny.
Tell me where's our inspiration,
If life wont wait,
I guess it's up to me.

[Chorus:]
Woah!
No, we're not gonna waste another moment in this town.
Woah!
And we won't come back your world is calling out.
Woah!
We'll leave the past in the past,
Gonna find the future.
If misery loves company well,
So long, you'll miss me when I'm gone.

Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
Ooh, ooh, ooh.

Procrastination, running circles in my head.
While you sit there contemplating,
You wound up left for dead (left for dead)
Life is what happens while you're busy making your excuses.
Another day, another casualty.
And that won't happen to me.

[Chorus]

Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
When I'm gone-

Let's go!

Won't look back,
When I say goodbye.
I'm gonna leave this a hole behind me,
Gonna take what's mine tonight.
Because every wasted day becomes a wasted chance.
You're gonna wake up feeling sorry,
Because life wont wait,
I guess it's up to you.

[Chorus]

Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.
Ooh, ooh, ooh.
You're gonna miss me when I'm gone.


[Thanks to Rickey Dean for these lyrics]